วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 27, 2020
ความรู้ทั่วไป / เรื่องน่ารู้ / ความรู้รอบตัว

ประวัติของ ไทเกอร์ วู้ดส์ กับแผนการกลับสู่ความสำเร็จในสนามเดอะ มาสเตอร์ส

นักกอล์ฟอัจฉริยะลูกครึ่งไทย-อเมริกันคนนี้มีชื่อเต็มว่า เอลดริก ไทเกอร์ วู้ดส์ ชื่อเล่น ต้น เกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2518 ที่เมืองไซเปรส แคลิฟอร์เนีย แต่ตอนนี้พักอยู่ที่ออร์ลันโด ฟลอริด้า แม้จะหาเงินได้ครั้งละมากๆ เป็นนักกอล์ฟชื่อดังที่ใครๆรู้จัก แต่ไทเกอร์ก็ไม่ทิ้งการเรียน ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (ที่เดียวกับเชลซี คลินตัน ลูกสาวอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ)

การกลับสู่ความสำเร็จในสนามเดอะ มาสเตอร์ส

การแข่งขันเดอะ มาสเตอร์ส กอล์ฟ เมเจอร์แรกของปี 2018 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 5 เมษายนนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ ไทเกอร์ วูดส์ แชมป์เก่า 4 สมัยวัย 42 ปี ซึ่งกำลังเร่งคืนฟอร์มเก่าเพื่อกลับมาท้าทายสนามที่เขาไม่ได้ลงแข่งขันตั้งแต่ปี 2015

ต้องยอมรับว่าในวันที่เราเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดของตำรวจ ส่องไปเห็นอดีตแชมป์เมเจอร์ 14 รายการในสภาพที่มึนเมา และไม่เหลือความเป็นนักกีฬาผู้เปลี่ยนแปลงวงการกอล์ฟไปตลอดกาล วันนั้นทั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศ บทความต่างๆ ลงความเห็นเหมือนกันว่าแทบไม่เห็นหนทางที่ไทเกอร์จะสามารถกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่บนสนามกอล์ฟได้อีก

ในวันที่เขามีข่าวทั้งอาการบาดเจ็บหลังจนนำไปสู่การผ่าตัด รวมถึงเรื่องชู้สาว และ การหย่าร้างจนนำไปสู่คำยอมรับว่า “ผมทำผิด และมันเป็นอะไรที่โง่เขลา” หรือแม้กระทั่ง Kevin Van Valkenburg นักเขียนซีเนียร์ของ ESPN สื่อกีฬาสหรัฐฯ ก็ยอมรับว่าในช่วงเวลาที่ตกต่ำของไทเกอร์ มีวันที่เขาเริ่มหมดหวังที่จะได้เห็นไทเกอร์คนเดิมเหมือนในปี 2000 “ผมมองว่าการกลับมาของไทเกอร์เป็นเรื่องเพ้อฝัน ผมพร้อมที่จะทำใจแล้ว เหมือนกับวันที่คนรุ่นพ่อแม่เราทำใจว่าจะไม่ได้เห็นนักกอล์ฟอย่าง แจ็ค นิคลอส หรือ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง”

“นี่คือวัฏจักรของชีวิตและกีฬา ถ้าคุณพยายามที่จะยึดติดกับอดีตตลอดไป คุณจะติดอยู่กับความรู้สึกในอดีต และพลาดโอกาสที่จะร่วมสนุกกับปัจจุบัน ทำไมไม่เปลี่ยนไปสอนกอล์ฟซะล่ะไทเกอร์? คุณไม่สามารถผูกเชือกรองเท้าได้เอง แล้วคุณจะลงเล่น เดอะ มาสเตอร์สได้อย่างไร? ” แต่มาถึงวันนี้หากจะมีคนทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องเป็น ไทเกอร์ วูดส์ เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถสร้างเรื่องเพ้อฝันให้กลายเป็นจริง และกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในการคัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการกีฬาก็ว่าได้

จุดเริ่มต้นใหม่ของพญาเสือในวันที่บาดเจ็บ

ย้อนกลับไปในช่วงดินเนอร์ผู้ชนะที่สนาม ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟ คลับ เมื่อปี 2017 ไทเกอร์เข้าร่วมงานด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ใช่เพียงเพราะว่าไม่สามารถลงสนามแข่งขันกอล์ฟรายการมาสเตอร์สได้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังและขา แต่นี่เป็นปีที่สองที่เขาไม่สามารถลงแข่งขัน

“เป็นดินเนอร์ที่โหดร้ายมากสำหรับผม ผมยังไม่เกษียณ แต่การได้ยินนักกอล์ฟคนอื่นพูดถึงความตื่นเต้นจากการลงเล่นกอล์ฟเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับผม รวมถึงนี่เป็นปีแรกที่ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ตำนานนักกอล์ฟชาวอเมริกัน ไม่ได้มาร่วมงานกับเราในปี 2017” ไทเกอร์กล่าวถึงประสบการณ์ที่เลวร้าย ในวันที่เขาทำได้เพียงยืนดูนักกอล์ฟคนอื่นๆ สนุกและตื่นเต้นในการทำสิ่งที่เขาชอบมากที่สุด นั่นคือการเล่นกอล์ฟ หลังจากยอมรับการช่วยเหลือทั้งด้านร่างกายด้วยการผ่าตัด และจิตใจด้วยการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญ ไทเกอร์มีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ก่อนจะคิดถึงวันที่เขาสามารถกลับมาเล่นกอล์ฟได้

“การกลับมาเล่นกอล์ฟได้ไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย ผมคิดแค่ว่า จะทำยังไงให้หายจากความเจ็บปวดนี้ และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างไร? แต่ในระหว่างที่เขากำลังต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ และปัญหาในชีวิตต่างๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากคนที่ผ่านประสบการณ์ที่คล้ายกัน ไมเคิล เฟลป์ส อดีตนักกีฬาว่ายน้ำ เจ้าของ 23 เหรียญทองโอลิมปิก ในเวลานั้นคงไม่มีเข้าใจสถานการณ์ของไทเกอร์ได้ดีไปกว่าเฟลป์ส เพราะนักว่ายน้ำระดับตำนานอย่างเฟลป์สก็เคยถูกจับข้อหาเมาแล้วขับเมื่อปี 2014 และถูกสมาคมว่ายน้ำของสหรัฐฯ สั่งห้ามลงแข่งขันเป็นเวลา 6 เดือน และจากคำบอกเล่าของเพื่อนไทเกอร์ การพูดคุยกับเฟลป์สเป็นเวลาเกือบสองชั่วโมง ก็ช่วยส่งต่อวิธีการคิดในช่วงมรสุมชีวิตได้ไม่น้อย

พญาเสือคืนสนาม

จากการรักษาและฟื้นฟูสภาพจิตใจเดือนสุดท้ายของปี 2017 ไทเกอร์กลับมาลงแข่งขันในรายการ Hero World Challenge ที่บาฮามาส ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือนที่เขาลงสนามแข่งขัน รายการนั้นเขาจบอันดับที่ 9 และเริ่มดูมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น

ต้นปี 2018 ไทเกอร์ประเดิมสนามในศึกพีจีเอทัวร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ลงสนามรายการ ฟาร์เมอร์ส อินชัวแรนซ์ โอเพน ที่สหรัฐฯ ด้วยผลงานการจบอันดับที่ 23 ร่วม นอกจากนี้สามารถลงแข่งขันรายการเจเนซิส โอเพน ที่ริเวียรา และการแข่งขัน ฮอนด้า คลาสสิก 2 รายการที่เขาถอนตัวเมื่อปี 2017 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลัง ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่ผ่านการคัดตัวรายการเจเนซิส และจบอันดับที่ 12 ร่วมในรายการฮอนด้า แต่แฟนกีฬาก็เริ่มเดินทางเข้าสู่สนามกอล์ฟ เพื่อร่วมเชียร์และให้กำลังใจพญาเสือ ในวันที่เขาค่อยๆ คืนฟอร์มเก่ง

จนกระทั่งในรายการวัลสปาร์ แชมเปี้ยนชิป ที่มลรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม อดีตมือหนึ่งของโลกก็เกือบปลดล็อกแชมป์แรกได้สำเร็จ หลังจากที่เขาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมปี 2013 แต่สุดท้ายจบอันดับที่ 2 ร่วม ตามหลัง พอล เคซีย์ จากอังกฤษไปเพียง 1 สโตรก

กระแสของไทเกอร์ วูดส์ เริ่มขึ้นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อกีฬาทั่วโลกในทันที แม้กระทั่ง BBC สื่อจากประเทศอังกฤษ ยังเริ่มต้นการรายงานข่าวด้วยชื่อของไทเกอร์ วูดส์ แทนชื่อของ พอล เคซีย์ แชมป์จากประเทศอังกฤษรายการล่าสุดไทเกอร์ ยังทำผลงานจบอันดับที่ 5 ร่วมในการแข่งขัน อาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชันแนล ทำให้ทุกคนเห็นตรงกันว่าหลังจากการผ่าตัดและมรสุมชีวิต รวมถึงบททดสอบของกาลเวลา ไทเกอร์ในวัย 42 ปีกำลังประกอบร่างอีกครั้งเพื่อขึ้นสู่หนึ่งในผู้ท้าชิงแชมป์กอล์ฟเมเจอร์แรกของปี ‘เดอะ มาสเตอร์ส’

12bet

“ผมจะไปที่นั่นเพื่อชัยชนะ” เป็นข้อความที่อยู่ในโพสต์ล่าสุดของเขาผ่านทางเว็บไซต์ tigerwoods.com เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ประโยคนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ไทเกอร์คนเดิมเริ่มกลับมาแล้ว เพราะมีความคล้ายกับประโยคที่โด่งดังของเขาที่เคยพูดไว้ว่า “ผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์” ไทเกอร์ ยังได้โพสต์ข้อความลงเว็บไซต์กล่าวถึงโอกาสที่สองในชีวิตนักกอล์ฟของเขาหลังจากความพยายามกลับขึ้นสู่จุดสูงสุด “ผมเล่นดีขึ้นทุกครั้งที่ลงสนาม ความแม่นยำค่อยๆ ดีขึ้น และผมกำลังประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน”

ความมั่นใจ รอยยิ้ม และฟอร์มการเล่นของเขาได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการกอล์ฟ ทำให้กีฬานี้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะชื่อไทเกอร์ วูดส์ ที่ผ่านมาได้ช่วยสร้างความนิยมให้กับกีฬากอล์ฟเป็นอย่างมาก และในวันที่เขากำลังกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าทุกคนต่างก็อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กอล์ฟในวันนี้

“ผมคิดว่าเมื่อเวลาเรานึกถึง ไทเกอร์ มาเนีย ทุกคนต้องการเห็นเขาชนะ และเล่นกอล์ฟในแบบที่เขาเคยเล่นมาก่อน ผมคิดว่าทุกคนโฟกัสที่ไทเกอร์ และทุกอย่างที่เขาทำ เพื่อลุ้นให้เขาคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 15 นั่นเป็นสิ่งที่โอเคนะสำหรับเราทุกคน” เจสัน เดย์ นักกอล์ฟอดีตมือหนึ่งของโลกชาวออสเตรเลียพูดถึงไทเกอร์ วูดส์ หลังจากที่ลงแข่งขันรายการอาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชันแนล

เช่นเดียวกับ จัสติน โธมัส แชมป์รายการฮอนด้า คลาสสิก 2018 ที่ยอมรับว่าทุกคนมาเพื่อดูไทเกอร์ ไม่ใช่พวกเขา “ไทเกอร์คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดคนดูสูงขนาดนี้ แฟนๆ ไม่ได้มาดู จัสติน โธมัส พวกเขามาดู ไทเกอร์ วูดส์ ผมไม่โทษพวกเขานะ เพราะผมเองก็คงไปดูไทเกอร์เล่นแทนผมเหมือนกัน”

ทำไมไทเกอร์ในวัย 42 ปีต้องเสี่ยงกลับมาอีกครั้ง

จากความสำเร็จ เงินทอง สถิติ การฝึกซ้อมอย่างหนัก ความทุ่มเท และความทะเยอทะยานทั้งหมดนั้น อาจทำให้เราเข้าใจไปว่า นักกีฬาระดับตำนานเหล่านี้เสพติดความสำเร็จ สถิติและเงินทองอาจเป็นแรงผลักดันสำคัญของพวกเขา

แต่สำหรับไทเกอร์ วูดส์ หรือ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสชาวสวิส แชมป์แกรนด์สแลม 20 สมัย อาจนับได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอีกจุดประสงค์ในชีวิตของนักกีฬา เพราะทั้งสองคนได้ผ่านจุดตกต่ำจนผู้คนคิดว่า ‘หมดยุค’ ไปแล้ว แต่พวกเขาก็สามารถกลับมาได้ ซึ่งบทสัมภาษณ์ของเฟเดอเรอร์ในวันที่กลับมาได้ เป็นจุดประสงค์เดียวกับไทเกอร์ในวันนี้ ว่าพวกเขาไม่ได้ไล่ล่าความสำเร็จ แต่กำลังไล่ล่าความสุขในการลงเล่น

“บางครั้งคุณก็มีความสุขในการเล่น บางคนหรือสื่อบางแห่งก็ไม่เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่โอเคที่เราจะเล่นเทนนิสและมีความสุขกับมัน พวกเขาคิดตลอดว่าคุณต้องชนะทุกอย่าง ต้องมีเรื่องราวของความสำเร็จ แต่ถ้าไม่มีเรื่องราวความสำเร็จ จะทำไปเพื่ออะไร?”

“แต่คุณอาจต้องกลับไปตอบคำถามตัวเองว่า ‘เริ่มต้นเล่นเทนนิสเพราะอะไร? เพราะ ผมชอบไง เหมือนงานอดิเรกในฝันที่กลายเป็นงาน บางคนก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้ ไม่เคยจะเข้าใจเลย” หลังจากช่วงเวลาที่เลวร้าย ในค่ำคืนวันที่ 29 พฤษภาคม 2017 ระหว่างที่ไทเกอร์กำลังขับรถยนต์ส่วนตัวในสภาพที่มึนเมาเพราะรับประทานยาที่แพทย์สั่งปะปนกันหลายชนิด จนถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปไว้ที่เรือนจำเขตปาล์มบีชและถูกปล่อยตัวในเวลา 10.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม ในวันนั้นเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมต้องขอโทษจากใจจริง ต่อครอบครัวของผม เพื่อนฝูง และแฟนกีฬาด้วย ผมจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น” จนมาถึงวันนี้ที่เขาได้ผ่านจุดต่ำสุดในชีวิต กลับมาทำในสิ่งที่เขาชื่นชอบมากที่สุด ไทเกอร์ได้ทำมากกว่าปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่ยังทำให้เราเชื่อในสิ่งที่เรียกปาฏิหาริย์ ไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับมาสเตอร์สในปีนี้หรือไม่ก็ตาม “ผมได้รับโอกาสที่สองในชีวิต ผมนี่แหละคือปาฏิหาริย์เดินได้”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top